10 วิธีเทรดที่เสี่ยงเกินไป มือใหม่พังยกแผง! รู้ก่อน ลดโอกาสพอร์ตแตก
ในตลาด Forex หรือทองคำ ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
แต่ความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุด…ไม่ใช่จากตลาด แต่เกิดจาก “พฤติกรรมการเทรด” ของเราเอง
หลายข้อไม่ทำให้พอร์ตพังทันที แต่ค่อย ๆ สะสมจนกลายเป็นจุดแตกหัก
💡 TIP: ถ้าระหว่างอ่านแล้วเจอว่าตัวเองทำข้อไหนอยู่ ให้หยุดทันที เพราะทุกข้อในลิสต์นี้ เคยพาพอร์ตของใครหลายคนหายไปแล้ว
🏁 10 วิธีเทรดที่เสี่ยงเกินไป มือใหม่ต้องเลี่ยง
ข้อ 10 – เทรดใน Sideway Zone แบบไม่ดูจังหวะ
ไซด์เวย์ดูเหมือนง่าย แต่จริง ๆ เป็นกับดักมือใหม่ เพราะคุณอาจ “คร่อมจังหวะ” ได้ง่าย
เช่น เห็นแท่งเขียวใน M5 แล้วรีบ Buy โดยไม่ดู Timeframe ใหญ่ ว่าตรงนั้นคือ Sell Zone
ลดความเสี่ยง:
- เช็ก Timeframe ใหญ่ประกอบ
- รอจังหวะได้เปรียบก่อนเข้า ไม่ไล่ราคา
🗣 Quote: “ไซด์เวย์ไม่ฆ่าใคร…แต่คร่อมจังหวะฆ่าพอร์ตคุณ”
ข้อ 9 – ใช้ Timeframe เดียวตัดสินใจ
ดูแค่ Timeframe เดียว เหมือนดูโลกผ่านกล้องซูมใกล้เกินไป
อาจเห็น Buy ใน M5 แต่ใน H1 หรือ H4 เป็นฝั่ง Sell ชัดเจน
ลดความเสี่ยง:
- ใช้ Timeframe คู่ เช่น M5 + H1 หรือ M15 + H4
- ให้ Timeframe ใหญ่บอกทิศ และ Timeframe เล็กหาไม้เข้า
ข้อ 8 – ใช้ Indicator เดียวโดยไม่คอนเฟิร์ม
Indicator ไม่ได้ผิด แต่ถ้าใช้ตัวเดียวโดยไม่มีปัจจัยอื่นยืนยัน โอกาสพลาดสูง
เช่น RSI เข้า Oversold แต่ไม่มี Demand Zone รองรับ ก็อาจร่วงต่อได้
ลดความเสี่ยง:
- ใช้ Indicator ร่วมกับ Demand/Supply หรือแนวรับ–แนวต้าน
- มีปัจจัยยืนยันจุดเข้าอย่างน้อย 2 อย่าง
ข้อ 7 – ใช้ทุนน้อยเกินไป
ทุนเล็ก เสียน้อยต่อครั้งก็จริง แต่ถ้าเสียบ่อย ผลรวมก็เยอะมาก
หลายคนหมดพอร์ตจากการใส่ทุนเล็กแต่เทรดถี่
🗣 Quote: “ทุนเล็ก เทรดถี่ = หมดพอร์ตแบบเงียบ ๆ”
ลดความเสี่ยง: เก็บทุนเพิ่มให้พอร์ตแข็งแรง เทรดน้อยครั้งแต่เน้นคุณภาพ
ข้อ 6 – เทรดช่วงข่าวแรง
ข่าวสำคัญ เช่น NFP หรือ CPI ทำให้ตลาดเหวี่ยงแรง
มือใหม่มักโดน Stop Loss ก่อนกราฟวกกลับ
ลดความเสี่ยง: รอให้ข่าวออกแล้วค่อยเข้า หรือเลี่ยงเทรดช่วงข่าวถ้าไม่ชำนาญ
ข้อ 5 – Copy Trade แบบไม่รู้ระบบ
Copy Trade ไม่ผิด แต่ถ้าไม่เข้าใจวิธีคิดของ Master อาจรับความเสี่ยงไม่ไหว
บางครั้ง Master ใช้ความเสี่ยงสูงเกินพอร์ตเรา
ลดความเสี่ยง: ศึกษาระบบของ Master และฝึกเทรดเองเพื่อคุมความเสี่ยง
ข้อ 4 – Overtrade ตอนติดลบ
เติมไม้ตอนติดลบ คือเร่งพอร์ตพัง เพราะถ้าทิศทางไม่กลับ ทุนหายเร็วมาก
ลดความเสี่ยง: เติมไม้เฉพาะตอน “บวก” หรือจังหวะได้เปรียบเท่านั้น
ข้อ 3 – ไม่กันหน้าทุน
บวกแล้วไม่เลื่อน SL ขึ้นมาอย่างน้อยที่จุดเข้า ผลคือกำไรหาย กลายเป็นติดลบ
ลดความเสี่ยง: เลื่อน SL ตามราคาทุกครั้งที่บวก เพื่อปกป้องทุน
ข้อ 2 – ไม่ตั้ง Stop Loss
ไม่ตั้ง SL คือเปิดประตูให้ Margin Call เพราะเราไม่มีวันรู้ว่ากราฟจะกลับตัวหรือไม่
ลดความเสี่ยง: ตั้ง SL ทุกไม้ และเสี่ยงไม่เกิน 0.5–1% ของพอร์ต
ข้อ 1 – All-in
All-in พลาดครั้งเดียว พอร์ตหายทั้งบัญชี
โดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่ชำนาญกับจังหวะตลาด
ลดความเสี่ยง: ค่อย ๆ ปั้นพอร์ตทีละเปอร์เซ็นต์ อยู่รอดก่อน ค่อยเพิ่มลอต
❓ ทำไมมือใหม่ถึงตกอยู่ในกับดักพฤติกรรมเสี่ยง?
- อารมณ์และความโลภ – อยากเอาคืนหรืออยากรวยไว
- ขาดแผนการเทรด – ไม่มีระบบชัดเจน
- ไม่ยอมรับความผิดพลาด – ยื้อไม้ขาดทุนเพราะไม่อยากตัดใจ
🛡 วิธีปรับตัวเพื่อลดความเสี่ยง
- ฝึกดู Timeframe หลายระดับ
- ใช้เครื่องมือคอนเฟิร์มจุดเข้าอย่างน้อย 2 ปัจจัย
- จัดการทุนและความเสี่ยงต่อไม้
- มีวินัยในการตั้ง SL และกันหน้าทุน
🏆 สรุป – อยู่รอดก่อน ค่อยหากำไร
ตลาดไม่ได้ใจร้ายกับทุกคน…แต่มันใจร้ายกับคนที่ไม่ปกป้องตัวเอง
ตัดพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ออกจากการเทรด แล้วคุณจะอยู่ในเกมได้นานพอที่จะชนะตลาด
อยู่รอด = โอกาสกำไรมากขึ้น
🎥 ต่อจากนี้…ผมอยากให้คุณไปดูคลิปเต็ม ที่ผมอธิบายแต่ละข้อพร้อมตัวอย่างกราฟจริง
เพื่อให้คุณเห็นภาพชัด ว่าแต่ละพฤติกรรมมันพาพอร์ตพังได้ยังไง แล้วคุณจะไม่เผลอตกหลุมพรางเหล่านี้อีก



